Patumariya's profile.:: MON ::.PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
November 19 อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา.
October 07 test
July 20 พัทลุง![]()
![]() July 06 ความคิดนั้นสำคัญฉะไน?
May 16 มหาชนก ผู้ยิ่งด้วยวิริยบารมี ตอนที่ 8ทศชาติชาดก เรื่อง มหาชนก ผู้ยิ่งด้วยวิริยบารมี ตอนที่ 8 จากตอนที่แล้วพระโพธิสัตว์ เมื่อทรงทราบว่า เรือจะต้องอับปางแน่นอน จึงได้รีบเสวยน้ำตาลกรวดคลุกกับเนยจนอิ่ม จากนั้นก็นำผ้าเนื้อเกลี้ยงสองผืนที่ชุบน้ำมันจนชุ่ม ทรงนุ่งให้กระชับ ประทับยืนเกาะเสากระโดง แล้วก็ทรงปีนขึ้นไปประทับยืนบนยอดเสากระโดงนั้น ในเวลาเรือจมลง ก็ทรงกำหนดทิศที่ตั้งของเมืองมิถิลา แล้วก็กระโดดจากยอดเสากระโดงไปทางทิศนั้น ข้ามพ้นฝูงปลาร้ายไปตกอยู่ในที่ไกลจากเรือ พระมหาชนกนั้น ทรงเพียรแหวกว่ายอยู่ในมหาสมุทร จนถึงวันที่ ๗ ได้ทรงสังเกตเห็นพระจันทร์เต็มดวง ก็ทรงรู้ว่าวันนี้เป็นวันอุโบสถ จึงใช้น้ำทะเลบ้วนพระโอษฐ์ และทรงสมาทานอุโบสถศีล ในวันนั้น นางมณีเมขลาได้มาตรวจตรามหาสมุทร ก็เห็นพระมหาชนกโพธิสัตว์ กำลังทรงแหวกว่ายอยู่กลางมหาสมุทรจึงคิดว่า “ถ้าพระมหาชนกสิ้นพระชนม์ในมหาสมุทร เราจะมีความผิดอย่างมหันต์” จึงรีบเหาะมาสถิตอยู่ในอากาศ เหนือท้องมหาสมุทรตรงที่พระโพธิสัตว์กำลังว่ายน้ำอยู่ นางเกิดความอัศจรรย์ใจ ว่าแม้ฝั่งก็มองไม่เห็น แล้วพระองค์จะว่ายไปทำไม จึงถามว่า “ใครหนอ แม้จะแลไม่เห็นฝั่งก็ยังพยายามว่ายอยู่ท่ามกลางมหาสมุทร ท่านเห็นประโยชน์อะไรจึงพยายามว่ายอยู่อย่างนี้” พระโพธิสัตว์ จึงตรัสตอบว่า “เราเห็นปฏิปทาของโลกและอานิสงส์แห่งความเพียร จึงพยายามเรื่อยไป หากไม่พากเพียรแล้วจะพบความสำเร็จได้อย่างไร” นางมณีเมขลาได้ฟังความตั้งใจอันแน่วแน่ของพระโพธิสัตว์แล้ว ก็อัศจรรย์ เกิดกำลังใจใคร่จะฟังธรรมมากพระโพธิสัตว์ให้ยิ่งๆ ขึ้นไป จึงถามต่ออีกว่า “มหาสมุทรลึกจนประมาณไม่ได้ แม้ฝั่งก็ไม่ปรากฏ ความพยายามอย่างลูกผู้ชายของท่านทำไปก็เปล่าประโยชน์ ไม่ทันถึงฝั่งท่านก็จะต้องตายอย่างแน่นอน ท่านจะเพียรพยายามไปทำไมกัน” พระมหาชนกตรัสว่า “ท่านพูดอะไรอย่างนั้น เราทำความพยายาม แม้จะตายก็พ้นคำครหา บุคคลเมื่อกระทำความเพียร แม้จะตายก็ได้ชื่อว่า ไม่เป็นหนี้ในระหว่างหมู่ญาติ กับทั้งบิดามารดาและเทวดา อนึ่ง บุคคลเมื่อทำกิจอย่างลูกผู้ชาย ย่อมไม่เดือดร้อนใจในภายหลัง ดูก่อนเทพธิดา บุคคลเมื่อทำความเพียร แม้จะตายก็ไม่เป็นหนี้ ย่อมไม่ถูกติเตียนในระหว่างหมู่ญาติ แม้เทวดาและพรหมก็สรรเสริญ” เทพธิดากล่าวแย้งว่า “ท่านมหาบุรุษ การงานอันใด แม้ทุ่มเทจนสุดกำลังแล้ว ก็ยังไม่บรรลุผลสำเร็จ การงานนั้นก็นับว่าไร้ผล เป็นความสูญเสียเปล่า ไม่เกิดประโยชน์ การทำความพยายามในฐานะอันไม่สมควรจนตัวเองต้องตาย ความพยายามนั้นจะมีประโยชน์อะไร” พระมหาชนกได้สดับแล้ว เมื่อจะทรงยืนยันว่าความเพียรเป็นสิ่งที่ควรทำ แม้ชีวิตจะวอดวายไปก็ตาม จึงตรัสต่อไปว่า “ดูก่อนนางเทพธิดา ผู้ใดรู้แจ้งว่าการงานที่ทำจะไม่ลุล่วงไปได้ ถ้าผู้นั้นละความเพียรนั้นเสีย ก็ชื่อว่าไม่รักษาชีวิตของตน พึงรู้เถิดว่า นั่นเป็นผลแห่งความเกียจคร้านโดยแท้ ดูก่อนเทพธิดา คนบางพวกในโลกนี้ มองเห็นผลแห่งความประสงค์ของตน จึงประกอบการงานทั้งหลาย ไม่ว่าการงานเหล่านั้นจะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม ดูก่อนเทพธิดา ท่านก็เห็นประจักษ์แก่ตนแล้วมิใช่หรือ คนอื่นๆ จมลงในมหาสมุทรหมดแล้ว มีแต่เราคนเดียวยังว่ายอยู่ ก็เพราะความเพียรพยายามนี้เอง จึงทำให้เราได้เห็นท่านซึ่งมาสถิตอยู่ใกล้ๆ เรานั้นจักพยายามอย่างสุดความสามารถ จะทำความเพียรที่บุรุษควรทำ เพื่อไปถึงฝั่งแห่งมหาสมุทรนี้ให้จงได้” เทพธิดาได้สดับพระวาจาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของพระโพธิสัตว์ ก็รู้สึกอัศจรรย์ในหัวใจที่ปราศจากความย่อท้อของพระมหาชนก นึกเลื่อมใสในคำภาษิตของพระองค์ จึงกล่าวสรรเสริญ พร้อมทั้งเชื้อเชิญให้ขึ้นจากมหาสมุทรว่า “ท่านใดถึงพร้อมด้วยความพยายามโดยธรรม ด้วยกิจคือความเพียรของบุรุษ ไม่ยอมจมลงในห้วงมหรรณพซึ่งกว้างใหญ่ประมาณมิได้เห็นปานนี้ ท่านนั้นจงไปยังสถานที่ที่ท่านชอบใจเถิด” เราจะเห็นได้ว่า ผู้มีความเพียรอย่างแท้จริงนั้น แม้ทอดสายตาออกไป จะไม่เห็นขอบฝั่งแห่งทะเล แต่จิตใจของท่านก็ไม่ท้อแท้ เมื่อรู้ว่าทะเลย่อมมีฝั่ง จึงคิดแต่จะว่ายไปให้ถึงฝั่งให้ได้ เมื่อเรี่ยวแรงยังไม่สิ้นสุด ท่านก็จะไม่หยุดยั้งในการทำความเพียร เพราะผู้ที่มีความเพียรแม้จะไม่สำเร็จก็ย่อมได้รับการสรรเสริญ ท่านทั้งหลาย คงได้ทราบถึงหัวใจที่กว้างใหญ่เกินฟ้าครอบของพระโพธิสัตว์กันแล้ว ว่าจะไม่ยอมหยุดทำความเพียรจนกว่าจะถึงเป้าหมาย แม้ตายก็ไม่เสียดายชีวิต ซึ่งเมื่อนางมณีเมขลาได้ฟังถ้อยคำที่มุ่งมั่นของท่านแล้ว ก็ได้กล่าวสรรเสริญ เทพธิดาได้ถามพระโพธิสัตว์ว่า ท่านประสงค์จะไปในที่ใด เมื่อพระโพธิสัตว์ตรัสว่า มิถิลานคร นางจึงได้อุ้มพระมหาชนกโพธิสัตว์ขึ้นจากน้ำ โดยใช้แขนทั้งสองประคองให้นอนแนบทรวง พาเหาะไปในอากาศเหมือนมารดาอุ้มบุตรอันเป็นที่รัก ฉะนั้น ขณะนั้น พระโพธิสัตว์มีผิวกายซูบซีดเศร้าหมองเปื่อยยุ่ย เพราะทรงแช่อยู่ในน้ำทะเลตลอด ๗ วัน ครั้นได้รับสัมผัสอันเป็นทิพย์ที่อบอุ่นนุ่มนวลของนางเทพธิดา ร่างกายก็กลับคืนสู่สภาพปกติได้บรรทมหลับไปอย่างมีความสุข นางมณีเมขลาได้นำพระมหาชนกไปถึงมิถิลานคร ให้บรรทมบนแผ่นมงคลศิลาในสวนมะม่วงโดยคลุมผ้าไว้ และมอบให้ภุมเทวดาในสวนอารักขาต่อไป แล้วจึงกลับไปสู่ที่อยู่ของตน ที่มา http://www.dmc.tv/pages/jataka/mahajanaka08.html March 10 ฉันได้เรียนรู้ว่า.........................3 วันที่ผ่านมา ได้ประสบกับความทุกข์ อันเกิดจากความประมาทของตนเอง
แต่ในทางกลับกัน ฉันรู้สึกว่า "ทุกข์ที่เกิดนั้น มันทำให้ฉันได้เรียนรู้ ความจริงของชีวิตมากขึ้น" เหตุเพราะ ข้อมูลทั้งหมดในเครื่องคอมพิวเตอร์ หายหมดเกลี้ยง เนื่องจากตัวเอง ไปโคลนไฟล์ image ที่เคยสร้างไว้เนื่องจากอยู่ๆ เครื่องคอมพิวเตอร์ก็ดับไปเฉยๆ ด้วยความสงสัยว่า เป็นเพราะ ไวรัส หรือ เพราะอุปกรณ์เสื่อม. ประเด็นแรกมองไปที่ซอฟต์แวร์ หากเกิดจากความผิดปกติของซอฟต์แวร์ก็จะลงโปรแกรมใหม่ จึงตัดสินใจที่จะใช้ตัวอิมเมจที่สร้างไว้ ด้วยโปรแกรม Hirent Boot CD ก่อนจะทำก็ชั่งใจอยู่ว่า กลัวข้อมูลจะหาย จึงนำซีดีมาวางไว้ กะว่า เอาข้อมูลสำคัญออกก่อน แต่อีกใจหนึ่ง มันบอกตัวเองว่า เสียเวลาน่า.... ไม่หายหรอก จึงตัดสินใจทดลองทำ....... (วันนั้น รู้สึกได้ว่า ตัวเองอารมณ์ไม่ปกติ มีความกังวล น้อยใจอะไรบางอย่าง) พอโปรแกรม เริ่มทำงาน ก็รู้สึกว่า มันไม่เหมือนที่เราเคยทำแบบเดิมๆ นี่นา ใจหนึ่งคิดว่า cancle น่า อีกใจก็บอกตัวเองว่า ไม่ลองไม่รู้น่า จะเป็นไงเป็นกัน.......... สุดท้ายโปรแกรมทำงานเสร็จ รีบู๊ตเครื่อง.......ปรากฏว่า ข้อมูลจากไดร์ส 5 ไดร์ส มีเหลือเพียงไดร์ส C ไดร์สเดียว มีเพียง Windowsและโปรแกรมที่โคลนไว้......ตกใจมาก....... จะทำไงดีละเนี่ย งานต้องส่งด้วย .... งานวิจัยในรายวิชา ต้องส่ง 16 นี้แล้ว และ 14 นี้ก็ต้องสอบภาษาอังกฤษอีก ดัน ไม่ได้ Back Up ไว้เลย........ อุตสาห์ร่วมรวมข้อมูลไว้..........กะว่าจะเริ่มจัดการเอามา อ่านสรุปความคิดสักหน่อย..........มันหายหมดแล้ว.. แต่ก็คิดว่า บางที่มันอาจจะมีวิธีกู้ไฟล์ก็ได้ ตัดสินใจรีบนำคอมฯ ไปร้านซ่อมฯ ร้านที่ 1 บอกว่า กู้ไม่ได้ ถ้าได้ก็น้อยมาก ซึ่งต้องเป็นคนที่เก่งๆ จริงๆ เท่านั้น แต่ตนกู้ไม่ได้ จึงไปร้านที่ 2 ร้านที่ 2 บอกว่า ไม่ได้ หากไดร์สรวมเหลืออันเดียว เราถอดใจ ทำใจยอมรับความเป็นจริง.... "ตอนนั้นความรู้สึกมันเหมือนกับ คนที่สูญเสียสิ่งที่เราสร้างมาด้วยมือ ด้วยหัวใจเลยนะ ก็ข้อมูลเราอุตสาห์สะสมมาตั้งเยอะแยะ หายไปต่อหน้าต่อตา ใจมันนึกไปถึงคนที่สูญเสียบ้าน ทรัพย์สิน ตอนเกิดพายุเกย์ หรือ ซึนามิ มันรับรู้ได้ว่า คนที่สูญเสีย เขาทุกข์อย่างไร........... โชคดี ฝึกสติมาบ้าง ทำให้พอประทังความเศร้าโศกลงได้ และโชคดีที่มีกัลยาณมิตร คอยชี้แนะให้ เราเห็นว่า ให้เราคิดดูว่า หากเราต้องเสียบุคคลอันเรารักละ เราจะเสียใจขนาดไหน หากให้แลกกันเราจะยอมไหม เราจะทนได้ไหม จึงให้สัญญากับตนเองว่า ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไร ต้องสูญเสียอะไร เราจะไม่สูญเสียกำลังใจ......... ในการเริ่มต้น. เริ่มช้าๆ ค่อยๆ ก่อร่างสร้างตัว สักวันก็คงถึงฝั่ง และยอมรับตามความเป็นจริง. ในวันนั้น โชคดีได้รับกำลังใจจากเพื่อน .. พร้อมกับการให้คำแนะนำที่ดีๆ เราขอขอบคุณอย่างยิ่ง. ความรู้สึกดีๆ ที่เราได้รับ มันช่วยให้เรามีกำลังใจมากขึ้น เราไม่มีสิ่งใดตอบแทนความรู้สึกดีๆ ความจริงใจที่เพื่อนให้มา เพราะมันไม่สามารถประมาณค่าได้ เราตั้งใจว่า หากเมื่อใดที่เรามีความพร้อม มีโอกาสเราจะไม่ลืมความดีที่เพื่อนช่วยเหลือเรา ถึงวันนี้ มีหลากหลายเรื่องราว ยามที่เรามีปัญหา มีเรื่องทุกข์ใจ เพื่อนหลายท่าน ได้ให้ ความช่วยเหลือกแก่เรา เราขอขอบคุณคะ ขอบคุณด้วยความจริงใจ ขอให้ทุกคนมีความสุข สมหวังในสิ่งที่มุ่งหวัง อันประกอบด้วยความดีงามทั้งหลาย October 06 เมื่อทำร่มหาย....เมื่อวานตอนเย็นทำร่มหาย แต่ก็พอจำได้ว่าหายตอนที่กำลังจะกลับหอ นั่น คือ ถ้าไม่ที่ร้านขายผลไม้
ก็ร้านขายข้าวแกง หรือไม่ก็ ร้านขายขนม.
แต่พอเช้าก็จำเป็นต้องเข้าคณะ หากไม่เอาร่มไปก็เกรงว่าฝนจะตก...ก็เลยต้องซื้อร่มใหม่ ในใจก็กำหนดว่า ร่มจะได้คืนก็ดีไม่ได้คืนก็ดี ก็ไม่เป็นไร หากได้คืนมา เราก็มีร่ม 2 คัน
อีกคันเราก็จะเอาไปให้หลาน ตอนเที่ยงโทรเล่าเรื่องนี้กับแม่....บอกว่า ลูกทำร่มหาย และลูกก็ได้ซื้อร่มคันใหม่ เพราะว่า สิ่งใดจำเป็นต้องใช้ก็ต้องซื้อ ราคา 80 บาท คำพูดของแม่ .... ทำให้เรารู้สึกประทับใจมาก แม่สามารถคิดให้เป็นบุญได้.....
แม่บอกว่า "ร่ม ถึงหายไป มันก็เป็นร่ม คนที่พบเขาก็ได้ใช้ ...... แต่อย่าทำให้หายบ่อยนักนะลูก" ซึ่งปกติแม่จะย้ำเราเสมอ ในเรื่องของการให้เป็นคนที่ไม่สะเพร่า รักษาของใช้ส่วนตนให้ดี ให้มีสติในการกระทำทุกสิ่งทุกอย่าง
August 17 ความโกรธ พาล บัณฑิตวันหนึ่งหลานสาวมาถามว่า
น้องอิง : "น้ามนต์ น้องอิงอยากรู้ว่า ใครผิด ... เรื่องมีอยู่ว่า
เพื่อนคนหนึ่งเขาโกรธเพื่อนอีกคน แล้วเขาก็ขว้างของ มันพลาดมาโดนน้องอิง น้องอิงก็รู้นะ ว่าเขาไม่ได้แกล้ง แต่ว่า เขาไม่ขอโทษ. แล้วเขาก็เดินไป น้องอิงนึกขึ้นได้ น้องอิงก็ตามไปว่าด่าเขา หาว่าเขาทำผิดแล้วไม่ขอโทษ. น้ามนต์ คิดว่า ใครผิดคะ?? น้ามนต์ : ขอให้น้องอิงพิจารณาดูจิตตัวเองนะคะ. นึกภาพตอนที่เกิดเรื่องสิ
ตอนที่น้องอิง ไปด่าเพื่อน จิตน้องอิงเป็นอย่างไร? น้องอิง : โกรธ ค่ะ
น้ามนต์ : เก่งมากค่ะ ที่น้องอิงรู้ว่า น้องอิง โกรธ แล้ว ความโกรธ นี้ดีหรือไม่ดีคะ
น้องอิง : ไม่ดี ค่ะ
น้ามนต์ : ตอนน้องอิงโกรธเพื่อน จิตทุกข์ หรือ สุข ร้อน หรือ เย็น คะ
น้องอิง : เป็นทุกข์ค่ะ น้ามนต์คน แต่ว่า เพื่อนเอาของมาปาถูกน้องอิงก่อนนะคะ
และน้องอิงก็เจ็บมากด้วย ใครผิดมากกว่ากันคะ
น้ามนต์ : คนพาล มีปกติมักโกรธ
คนพาล มีปกติเพ่งโทษผู้อื่น
คนพาลเมื่อรู้ว่าตนทำผิดแล้ว ไม่ขอโทษ คนพาลเมื่อเขาขอโทษแล้วไม่ยกโทษให้
คนพาลเมื่อรู้ตัวว่าตนทำผิดก็นับว่ายังมีแววของบัณฑิตอยู่บ้าง
บัณฑิต มีปกติไม่มักโกรธ บัณฑิตมีปกติไม่เพ่งโทษผู้อื่น
บัณฑิตเมื่อรู้ว่าตนทำผิดแล้วขอโทษ
บัณฑิตเมื่อเขาขอโทษแล้วยกโทษให้ ถ้าเพื่อนรู้ว่า ตนทำผิดแล้วไม่ขอโทษ นั้นคือ มีนิสัยแห่งความเป็นพาลอยู่
หากน้องอิง ไม่อยากมีนิสัยแห่ง พาล ก็จะต้องไม่โกรธ
แต่ทีนี้ น้องอิงบอกว่า เพื่อนไม่ได้โกรธน้องอิง แต่มันพลาดมาโดนน้องอิง น้องอิงรู้ว่าเพื่อนไม่ได้แกล้ง แล้วน้องอิงไปโกรธ ถูกหรือผิด
น้องอิง : น้องอิงโกรธ น้องอิงผิด แต่เพื่อนทำผิดแล้วไม่ขอโทษ
น้ามนต์ : พระพุทธเจ้ากล่าวว่า "ผู้โกรธก่อนว่าเลวแล้ว ผู้โกรธทีหลังเลวกว่า"
บัณฑิตย่อมพิจารณาตน มองตน เห็นความผิดตน ปรับปรุงตน
น้องอิง ต้องการเป็นพาลหรือบัณฑิต เลือกเอาเอง? การเป็นพาลหรือบัณฑิตอยู่ที่การกระทำของตนเอง July 06 วิมุตติธรรม
วิมุตติธรรม ฉบับปรับปรุง (เพิ่มเติมและปรับปรุงเนื้อหาในภาคที่ 8) สังสารวัฏ
January 09 มงคลชีวิต
January 06 เขาจ้างให้มาเรียน
December 27 .:: MON 'S SPACES ::.
ปีใหม่...เริ่มต้นใหม่กับสิ่งดีงามนะคะ December 22 ข้อคิดวันนี้จ้ะ
บันทึก
December 21 วันนี้เหนื่อย...และเพลียมากๆ
December 20 จงเป็นเหมือนพระอาทิตย์
December 17 วันนี้วันพระ .... ไปทำบุญ-ตักบาตรกันนะคะ
|
|
|